ประชาพิจารณ์การจัดตั้งสำนักงานกองทุนส่งเสริมศิลปะและการสร้า้งสรรค์
การเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ
http://www.rsu.ac.th/academic/file/download/research.ppt
ทำวิจัยไม่ยากอย่างที่คิด ศ.ดร.ปรัญา เวสารัชช์ http://www.rsu.ac.th/academic/file/download/academic_54.ppt
การขอรับทุนสถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยรังสิต
สถาบันวิจัยสนับสนุนงานวิจัย 4 ประเภท คือ
1. การวิจัยพื้นฐาน (Basic Research) เป็นการศึกษาที่มุ่งแสวงหาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับปรากฏการณ์อย่างมีระเบียบแบบ แผน เพื่อนำไปใช้ทดสอบและ/หรือสร้างทฤษฏีอธิบายปรากฏการณ์นั้นๆ
คณาจารย์คณะศิลปะและการออกแบบที่ประสงค์จะขอรับทุนอุดหนุนการวิจัยหรือผลงานสร้า้งสรรค์ต้องยื่นแบบเสนอโครงการวิจัย มรส. 80 (Rev. 2551) จำนวน 3 ชุด ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของสถาบันวิจัย www.rsu.ac.th/rri หรือขอรับแบบฟอร์มได้ที่ สถาบันวิจัย ชั้น 5 ห้อง 505 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ โทร. 5686 - 5692
ระยะเวลาในการรับสมัคร
รอบที่ 1 เดือนมิถุนายนของทุกปี
รอบที่ 2 เดือนกันยายนของทุกปี
รอบที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
กฏระเบียบในการขอทุน
มรส.80 แบบฟอร์มการขอทุน
มรส.81 สัญญารับทุนอุดหนุนการวิจัย
หลักเกณฑ์ในการของบประมาณโครงการวิจัย ในการขอทุนสนับสนุนโครงการวิจัย มหาวิทยาลัยรังสิต
Download รายละเอียดเอกสารได้ที่ http://www.rsu.ac.th/rri/document.php?docid=2
ข้อมูลการทำตำแหน่งทางวิชาการ คณะศิลปะและการออกแบบ
มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาที่อยู่คู่สังคมมาเป็นเวลาช้านาน โดยมีเป้าหมายหลัก คือเป็นสถาบันวิจัยค้นคว้าหาความรู้ แล้วนำเอาความรู้ที่ได้มานั้นถ่ายทอดโดยการสอนและการให้บริการแก่สังคม มหาวิทยาลัยจึงเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญก้าวหน้า ทางด้านวิชาการความน่าเชื่อถือศรัทธา และเป็นความหวังของสังคมในการพัฒนาคน ให้เป็นทรัพยากรของชาติที่สมบูรณ์ด้วยคุณภาพเมื่อท่านได้ก้าวเข้ามาสู่รั้วมหาวิทยาลัย ในฐานะอาจารย์คนหนึ่ง ท่านย่อมตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ของท่านเป็นอย่างดีว่า นอกจากภาระงานสอนแล้ว การค้นคว้าวิจัย การให้คำแนะนำปรึกษา และการให้บริการทางวิชาการก็เป็นหน้าที่สำคัญที่ท่านพึงปฏิบัติด้วย ซึ่งผลจากการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวนี้อาจออกมาในรูปของเอกสารวิชาการ ตำรา หนังสือ บทความ รายงานวิจัย ฯลฯ อันจะมีส่วนช่วยให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ผลงานทางวิชาการที่ท่านได้สรรสร้างขึ้นดังกล่าว ยังช่วยนำท่านไปสู่ความก้าวหน้าทางวิชาการและเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการอีกด้วย
ตำแหน่งทางวิชาการ หมายความถึง วิทยฐานะที่ทรงเกียรติของอาจารย์ในระดับอุดมศึกษา ซึ่งประกอบด้วยตำแหน่งศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ ซึ่งได้รับแต่งตั้งตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน อาจารย์ที่สนใจจะเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ ควรศึกษาและทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องเสียก่อน เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง อันได้แก่ ระเบียบคณะกรรมการการอุดมศึกษา ว่าด้วยมาตรฐานหลักเกณฑ์และวิธีแต่ตั้งคณาจารย์ในอุดมศึกษาเอกชนให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ พ.ศ. 2547 ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 ทำให้คณาจารย์ที่ประสงค์จะขอตำแหน่งทางวิชาการ หลังจากวันที่ 3 ธันวาคม 2547 เป็นต้นไปจะต้องเตรียมเอกสารตลอดจนกระบวนการต่างๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใหม่
หมายเหตุ ถ้าท่านอาจารย์มีข้อสงสัยขอให้สอบถามโดยตรงที่ผู้อำนวยการสำนักฯ โดยสำนักงานฯจะจัดชี้เเจงรายละเอียดเร็วๆนี้ค่ะ เนื่องจากขั้นตอนหลายขั้นตอนต้องจัดทำขึ้น และต้องได้รับการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยก่อน
คณาจารย์ที่ประสงค์จะขอตำแหน่งทางวิชาการ ขอให้ส่งแบบ กสอ.01 และผลงานทางวิชาการ ซึ่งผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิในระดับเบื้องต้น และคณะกรรมการประจำคณะ มายังสำนักงานมาตรฐานวิชาการ ตามกำหนดรับเรื่องดังแสดงข้างล่างนี้
- ครั้งที่ 1 กำหนดรับเรื่องภายใน 29 มกราคม 2554
- ครั้งที่ 2 กำหนดรับเรื่องภายใน 30 เมษายน 2554
- ครั้งที่ 3 กำหนดรับเรื่องภายใน 30 กรกฎาคม 2554
- ครั้งที่ 4 กำหนดรับเรื่องภายใน 30 กันยายน 2554
|
| ||
Download เอกสารแบบฟอร์มของตำแหน่งวิชาการ แบบฟอร์มเอกสารส่วนที่ 2 ส่วนที่ 3 แบบฟอร์มประเมินผลการสอน แบบฟอร์มรับรองการมีส่วนร่วมผลงานทางวิชาการ แบบฟอร์มอาจารย์ดีเด่น
เก็บมาเล่า เอามาฝาก จากการประชุมวิจารณ์ข้อเสนอปฏิรูประบบวิจัยของประเทศ ครั้งที่ ๑
กรอบการทำงานมองการจัดการระบบวิจัย ๙ มิติ ได้แก่ (๑) นโยบายและยุทธศาสตร์ (๒) องค์กรสนับสนุนทุน (๓) งบประมาณ (๔) หน่วยทำวิจัย (๕) บุคลากร (๖) โครงสร้างพื้นฐาน (๗) มาตรฐาน (๘) การจัดการผลผลิต (๙) การประเมิน และแบ่งงานวิจัยออกเป็น ๔ track ตามเป้าประสงค์ของงานวิจัย ได้แก่ Track 1 เพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ Track 2 เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ Track 3 เพื่อเสริมสร้างพลังสังคมและชุมชน และ Track 4 เพื่อนโยบาย
ฟังแล้วผมได้ความรู้ หรือได้คำ impact-led research system โดยมองเงินและทรัพยากรอื่นๆ ที่ใช้ในการวิจัยเป็นการลงทุน เป็น investment ไม่ใช่ expense จึงต้องมีการจัดการการลงทุนนี้ ให้ได้ impact ต่อบ้านเมืองตามเป้าหมายของการลงทุนนั้น โดยต้องมีความพอดีหรือดุลยภาพระหว่าง bureaucrat cum researchers – driven กับ market – driven research หรือใช้สัดส่วน 1 : 2
ในทุกสถานที่ที่คุยกันเรื่องระบบวิจัย จะมีคนบอกว่าระบบค่าตอบแทนนักวิชาการที่มีอยู่จริงในปัจจุบัน ไม่เอื้อต่อการทำงานวิจัย เพราะงานสอน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งสอนหลักสูตรพิเศษ หรือนอกที่ตั้ง) ให้ค่าตอบแทนสูงกว่าหลายเท่า และเป็นงานที่ง่ายกว่า ประเด็นค่าตอบแทนนักวิจัยเก่งๆนี้ น่าจะเป็นโจทย์วิจัยเพื่อการพัฒนาระบบวิจัยด้วย ถือเป็นส่วนหนึ่งของมิติที่ ๕ ข้างบน
ผมชอบแนวคิดที่ ดร. นิพนธ์ พัวพงศกร เสนอว่า งานวิจัยต้องแสดง accountability ต่อ “เจ้าของ” และขอแสดงความยินดีต่อ วช. และสถาบันคลังสมอง ในความสำเร็จของการประชุมนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมประชุมคับคั่งกว่า ๓๐๐ คน
* การสร้างความต่อเนื่องของทุนสนับสนุนการวิจัยที่สำคัญ ด้วยการเก็บค่าธรรมเนียม การวิจัย จากผู้ได้รับประโยชน์จากการวิจัยนั้น โดยที่หากผู้ได้รับ ประโยชน์เป็นคนเล็ก คนน้อย รัฐออกเงินแทน หากภาคธุรกิจได้ประโยชน์ ภาคธุรกิจ ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม นั้น (เป็นข้อเสนอหลักการโดย ดร. นิพนธ์ พัวพงศกร)
* ควรมีโจทย์วิจัยย่อย เรื่องแนวทางการจัดให้มีการลงทุนวิจัยอย่างต่อเนื่องและเพียงพอ ในระดับประเทศ โดยมีแหล่งทุนวิจัยจากหลากหลายแหล่ง ไม่ขึ้นกับนโยบาย งบประมาณรายปีของประเทศเท่านั้น* งานวิจัยเพื่อสังคมและชุมชน มีลักษณะคล้ายคลึงกับงานวิจัยเพื่อพัฒนางานประจำ (R2R - Routine to Research) ที่ริเริ่มโดยศิริราช และ หลังจากนั้น สวรส. ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข และ สปสช. ได้ร่วมกันสนับสนุนให้มีการนำไปใช้เป็นเครื่องมือ พัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กร ในวงการสุขภาพ ทั่วประเทศ อ่านเรื่องราว ได้ที่นี่ ที่นี่ และที่นี่ ทีมวิจัย Track 3 น่าจะได้เข้าไปทำความรู้จักและตีความ เพื่อ พิจารณาขยายขอบเขตของ Track 3 ให้กว้างขึ้น โดยที่งานวิจัยในกลุ่มนี้อาจเรียกว่าเป็น people-empowerment research
* งานวิจัย Track 4 เพื่อนโยบาย เกี่ยวข้องกับงานวิจัยระบบ ซึ่งเรามี สวรส. ทำงานวิจัย และสนับสนุนการวิจัยระบบสาธารณสุข ก่อความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและเชิง นโยบายด้านสุขภาพอย่างมากมาย เช่น การเกิด สสส., การเกิดระบบประกันสุขภาพ ถ้วนหน้า และ สปสช., การเกิด สช. เป็นต้น นอกจากนั้น สวรส. ยังก่อกำเนิดสถาบัน วิจัยนโยบายอีก ๒ สถาบัน คือ สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) และ โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) เป็นหน่วยงานวิจัยนโยบายอยู่ภายในกระทรวงสาธารณสุข และได้รับทุนวิจัยจากทั้ง ในประเทศและต่างประเทศ เป็นที่ยอมรับนับถือมาก ขอเสนอให้ทีมวิจัย Track 4 พิจารณาว่าควรขยายผลการวิจัยไปครอบคลุมด้วยหรือไม่
วิจารณ์ พานิช
๑๓ ก.ค. ๕๔
http://www.gotoknow.org/blog/council/448808
