Photo Art magazine First 2012 : Ampannee Satoh , fights for rights of Islamic fashionistas

Last April, the French Government passed a law banning the public wearing of the burqa – the full-faced covering of Muslim women. Ampannee Satoh, 28, a Thai student of photography in France, felt oppressed by such a law and decided to show her disagreement by ordering several custom-made burqas from her home town of Yarang, Pattani and posing in them in front of the Eiffel Tower, the Arc de Triomphe and other landmarks, letting the colourful burqas fl oat on the wind and dance in the sunshine. This eye-catching series of thought-provoking photographs will be on view at Kathmandu Photo Gallery from August 5 to September 25.

How do you see your role as a photographer?
I believe that photographs do not only record events or memorable moments, but that we can also express our intentions, feelings and subconscious minds through them. Photography can cast a spell on people and make them stop and focus directly on a subject.

Do you feel any social or religious responsibility as a young female Muslim photographer?
Yes; with this series I’m standing up for Muslim women’s rights – saying that they should have the right to choose. When the rights of people in a society are limited by laws, when human feelings are repressed, I don’t think that’s right. We should share spaces and respect one another, not introduce laws that infringe on other people’s own faith and rights.

How did you feel as a young Muslim woman living in Europe as compared to Thailand?
Thai women are lucky – we can choose what religious practices we want to perform and whether to wear a veil or not. This is different from what is happening in some European countries, which on the surface appear to offer the freedom to think and to live but, in my opinion, don’t in practice. The old adage ‘don’t judge a book by its cover’ comes to mind.

You come from Pattani in Thailand’s Deep South. Has life altered signifi cantly during the years of violent political instability there?
The tragedies that have happened in my hometown in Pattani are indescribable. The mental pain in our family, among our brothers, sisters and relatives is just too deep to put it into words.

The Burqa series hasn’t been shown in France yet. Are there any plans to exhibit it there?
Definitely if an opportunity comes, but as of yet the plan to exhibit it in France isn’t fi nalised. Certainly, an exhibition there would be the natural home for this work.

Both Burqa and your previous series Muslimah feature Muslim women as the central subject. Will your next series maintain this thematic focus?
Muslimah tackled the subject of Muslim women in the three border provinces in the South, while Burqa is a call for the rights of Muslim women in France. In the future I want to focus on other rights surrounding Muslim women. It’s not only my rights that are being diminished, but the rights of Muslim women all around the world. They deserve justice, equality and freedom too.

How is your new position as a teacher of photography at Bangkok’s Rangsit university?
Being a teacher is not only about teaching; it also allows you to exchange knowledge with your students and learn from them. Teaching there helps inspire my photographic creations.

Which photographers past and present do you admire and why?
Henri Cartier-Bresson has been my hero since my childhood. Although they were taken a long time ago his photos continue to move me.

1st Asean Art and Civilization Symposium









โครงการสัมมนาวิชาการอารยธรรมและศิลปกรรมอาเซียน ครั้งที่ ๑ ทางคณะศิลปะและการออกแบบ ได้ส่งอาจารย์ดนยา เชี่ยววัฒนกี อาจารย์ศิลปินครุศิลป์รุ่น 1 เข้าร่วมการสัมนาและและปฏิบัติการทางศิลปะในการสัมมนาครั้งนี้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก โดยสถานอารยธรรมศึกษาโขง-สาละวิน ได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากสภาศิลปกรรมไทยแห่งสหรัฐอเมริกา โดยศิลปินแห่งชาติกมล ทัศนาญชลี เทศบาลนครพิษณุโลก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดพิษณุโลก สมาคมหอการค้าจังหวัดพิษณุโลก และบริษัทนานมี จำกัด ในการร่วมกันจัดงานสัมมนาเชิงวิชาการและปฏิบัติการศิลปะอาเซียนครั้งที่ 1 ขึ้น ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง วันที่ 2 ธันวาคม 2554
หลักการและเหตุผล ศิลปะถือได้ว่าเป็นมูลค่าทางปัญญา ที่มนุษย์ ได้สร้างสรรค์ก่อให้เกิดอารยธรรมที่ดีงามต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มีความเอื้ออาทรระหว่างกัน ศิลปะเป็นสิ่งที่ดีงาม ที่ทาให้ผู้คน กลุ่มคน มีจิตใจที่ดีงาม มีอารยธรรมที่บ่งบอกเป็นมรดกของกลุ่มชนหรือชนชาตินั้น กลุ่มประชาคมอาเซียนประกอบด้วยประเทศ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน เวียดนาม ลาว พม่า และกัมพูชา กลุ่มประชาคมอาเซียนเหล่านี้ มีการรวมตัวกันของศิลปินจากนานาประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งเป็นผู้รักในการสร้างสรรค์งานศิลปะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กระบวนการร่วมกัน สร้างสัมพันธภาพที่ดีงามด้านศิลปะระหว่างศิลปินในกลุ่มประเทศด้วยกัน ศิลปินในกลุ่มประเทศอาเซียนล้วนเป็นผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะให้เป็นมรดกของแผ่นดิน ทาให้เกิดคุณค่าต่อผู้ชื่นชมผลงานและสร้างมูลค่าเพิ่มต่อผู้เกี่ยวข้องต่อไปอีกมากไม่จบสิ้น

วัตถุประสงค์

1. เพื่อเป็นเวที แลกเปลี่ยนเรียนรู้พัฒนางานศิลปกรรมในกลุ่มประชาคมอาเซียน 2. เพื่อยกระดับความสามารถของศิลปินไทยสู่เวทีอาเซียนและเวทีโลก 3. เพื่อสร้างสัมพันธภาพ เครือข่าย ระหว่างศิลปินไทยและศิลปินในกลุ่มประชาคมอาเซียน 4. เพื่อสัมมนาแนวคิด การพัฒนาการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในกลุ่มประชาคมอาเซียน 5. เพื่อประโยชน์ทางด้านการศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบ เนื้อหา กลวิธี พัฒนาผลงานด้านศิลปกรรม สู่ประชาชนในกลุ่มประชาคมอาเซียน กลุ่มเป้าหมาย
เป้าหมายการดาเนินงาน

จานวนผู้เข้าร่วมโครงการ จานวน 650 คน ประกอบด้วย 1. ศิลปินต่างประเทศ จานวน 16 คน 2. ศิลปินในประเทศ จานวน 30 คน 3. ศิลปินแห่งชาติ จานวน 4 คน 4. อาจารย์และเจ้าหน้าที่ จานวน 100 คน 5.นักเรียน/นักศึกษา จานวน 400 คน 6. ประชาชนที่สนใจ จานวน 100 คน กิจกรรม /

เนื้อหาที่จะดาเนินการ

1. การสัมมนาวิชาการ 2. การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ 3. การจัดนิทรรศการ
โดยในงานจัดให้มีการสนทนาศิลป์ในหัวข้อ “ศิลปกรรมร่วมสมัย” และการปฏิบัติการทางศิลปะจากศิลปินแห่งชาติศิลปินนานาชาติ ศิลปินไทยที่มีชื่อเสียงระดับแนวหน้า และอาจารย์สอนศิลปะจากมหาวิทยาลัยชื่อดังที่มีการเรียนการสอนศิลปะจากทุกภูมิภาคของประเทศ

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการสนับสนุน ส่งเสริมเผยแพร่ และแลกเปลี่ยนความรู้ในงานด้านศิลปกรรมร่วมสมัยของไทย กับสมาชิกกลุ่มประเทศอาเซียน ให้ปรากฏออกสู่สาธารณะในส่วนภูมิภาคตอนเหนือของประเทศไทย รวมถึงอาจารย์จากมหาวิทยาลัยนเรศวรด้วยศิลปินที่จะเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ได้แก่ศิลปินแห่งชาติไทย คือ ศาสตราจารย์เดชา วราชุน อาจารย์นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน และอาจารย์ธงชัย รักประทุม ศิลปินนานาชาติ ได้แก่ ศิลปินชาวเวียดนาม ลาวพม่า ฟิลิปปินส์ สิงค์โปร์ ญี่ปุ่น รัสเซีย และ เนเธอร์แลนด์ เป็นต้น ในส่วนของศิลปินไทยที่มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงานและแสดงผลงานทางศิลปะอย่างเชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ และอาจารย์จากสถาบันการศึกษาต่างๆ จากทั่วภูมิภาคของไทย ได้แก่ พงศ์เดช ไชยคุตร วัฒนโชติ ตุงคเตชะสมหมาย มาอ่อน ไพโรจน์ วังบอน อนุพงษ์ จันทร มงคล เกิดวัน ธนฤทธิ์ ทิพย์วารี ประสิทธิ์ วิชายะ สาธิตเทศนา กิติชัย กันแตง ศิริชัย พุ่มมาก มานิตย์ คูวัฒนศิลป์ สงกรานต์ สุดหอม วรวุฒิ ทาแก้ว วีระพันธ์ ใจสุบรรณ สุวัฒน์ ชะตางาม กิตติ แสงแก้ว อัญชนา นังคลา ทศพร สุธรรม พิสิษฐ์ พันธ์เทียน สมพร แต้มประสิทธิ์ ธนาทิพย์ ทิพย์วารี ดนยา เชี่ยววัฒกี ไชยพันธุ์ ธนากรวัจน์ ธวัชชัย ช่างเกวียน ธนดล ดีรุจิเจริญและ เอกกมล โรจน์จิรนันท์ รวมทั้งสิ้น 53 ท่าน













































































































































ประชาพิจารณ์การจัดตั้งสำนักงานกองทุนส่งเสริมศิลปะและการสร้า้งสรรค์

สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยศิลปากรกำหนดจัดการประชุม "ประชาพิจารณ์ข้อเสนอการจัดตั้งสำนัก งานกองทุนส่งเสริมศิลปะและการสร้างสรรค์" วันพุธที่ 19 ตุลาคม 2554 เวลา 12.00-16.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ชั้น 4 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ

การเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ

Dowload เอกสารประกอบการบรรยาย การเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ ห้อง 7-100 9กันยายน 2554
http://www.rsu.ac.th/academic/file/download/research.ppt 
ทำวิจัยไม่ยากอย่างที่คิด ศ.ดร.ปรัญา เวสารัชช์ http://www.rsu.ac.th/academic/file/download/academic_54.ppt