แบบถอดประสบการณ์การเรียนรู้ ด้านเทคนิคการพัฒนาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในวิชาการออกแบบ


1. ชื่อ-สกุล ผู้เล่าเรื่อง อาจารย์ สิรดา ไวยาวัจมัย
2. ชื่อ-สกุล ผู้บันทึก อาจารย์ ชินภัศร์ กันตะบุตร

3. บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้เล่าเรื่อง
-อาจาย์ประจาสาขาวิชา ออกแบบนิเทศศิลป์ คณะศิลปะและการออกแบบ ทาหน้าที่สอนในวิชา การออกแบบจัดตัวอักษร (ด้วยการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร)
-อาจารย์รับผิดชอบด้านวิเทศสัมพันธ์ ของสาขาวิชาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะศิลปะและการออกแบบ
4. ชื่อเรื่องที่เล่า
การจัดการเรียนการสอนในวิชาการออกแบบจัดตัวอักษรด้วยการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร โดยเน้นให้นักศึกษาสามารถนาเสนอความคิดในการออกแบบเป็นภาษาอังกฤษได้
5.บริบท หรือความเป็นมาของเรื่องที่เล่า
ถึงแม้นักศึกษาจะได้รับการศึกษาด้านภาษาอังกฤษมาจากกลุ่มวิชาศึกษาทั่วไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีความกล้าที่จะนาเสนอความคิดในการออกแบบเป็นภาษาอังกฤษ คณะศิลปะและการออกแบบได้ตระหนักถึงความสาคัญที่จะแก้ปัญหาในข้อนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ทางสาขาวิชาออกแบบนิเทศศิลป์จึงได้จัดให้มีการเรียนการสอนวิชาออกแบบ ด้วยการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารในรายวิชาการออกแบบจัดตัวอักษร โดยเน้นให้นักศึกษาสามารถนาเสนอความคิดในการออกแบบได้ ด้วยการทางานเป็นกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันและนาเสนอหน้าชั้นเรียน
6. วิธีการ / ขั้นตอน หรือกระบวนการที่ทาให้งานนั้นสาเร็จ
1. เน้นเนื้อหาสาระ และวัตถุประสงค์ของรายวิชาเป็นสาคัญ
2. จัดเตรียมความพร้อมของเนื้อหาบทเรียนที่มีอยู่ในแผนการสอนให้เป็นภาษาอังกฤษโดยครบถ้วน การนาเสนอเนื้อหาบทเรียนโดยการใช้คอมพิวเตอร์ และเตรียมการอธิบายคาศัพท์เฉพาะด้านให้นักศึกษาเข้าใจ
3. อธิบายแผนการสอนให้นักศึกษาเข้าใจถึง เนื้อหาและวัตถุประสงค์ พร้อมกับแจกเนื้อหาในบทเรียนเป็นภาษาอังกฤษทุกครั้ง
4. จัดกิจกรรมในบทเรียนแรกให้นักศึกษาเรียนรู้โดยการจาลองสถานการณ์ต่างๆด้วยการใช้ภาษาอังกฤษในการสนทนา ดังต่อไปนี้
4.1 การถาม-ตอบในการเรียนการสอน
4.2 การสนทนาแสดงความคิดเห็นในกลุ่ม
4.3 การนาเสนอความคิดในการออกแบบ ตามตัวอย่างการสนทนาที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการออกแบบที่ได้จัดเตรียมไว้ เพื่อให้นักศึกษามีความกล้า พร้อมกับได้เรียนรู้ รูปแบบ วิธีการ สานวนและสาเนียงของภาษาไปด้วยพร้อมกัน
5. เนื่องจากเป็นวิชาแรกที่ใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารในการเรียนการสอน จึงต้องผสมผสานไปกับการใช้ภาษาไทย เพื่อให้นักศึกษาผ่อนคลายไม่รู้สึกต่อต้าน หรือไม่มีความสุขในการเรียน เช่นในยามที่ต้องการอธิบายความหมายของคาศัพท์เฉพาะด้าน (Technical Term) เรื่อง กายวิภาคของตัวอักษร (Anatomy of
Typeface) การให้ความสาคัญในการจัดพื้นที่ระหว่างตัวอักษร (Kerning) และในการปฏิบัติที่มีขั้นตอนในการออกแบบ (Design Process) อาจารย์ก็จะพูดด้วยภาษาอังกฤษให้ช้าลง และถ้านักศึกษายังไม่เข้าใจก็จะแปลเป็นภาษาไทยเพื่อความเข้าใจเป็นสาคัญ
6. ทุกโครงงานที่มีขนาดใหญ่ จัดให้มีกิจกรรมโดยแยกนักศึกษาเป็นกลุ่มย่อยเพื่อให้นักศึกษาได้ค้นคว้าหาข้อมูล แสดงความคิดเห็นร่วมกันเป็นภาษาอังกฤษ
7. ให้นักศึกษาสรุปความคิด โดยเขียนบทสรุป หรือเขียนแบบร่าง เพื่อใช้นาเสนอหน้าชั้นเรียน
8. ให้นักศึกษาเลือกตัวแทนในการนาเสนอหน้าชั้นเรียน โดยมีลาดับขั้นตอนและแบบแผนที่ได้จัดเตรียมไว้ให้
7. เทคนิคหรือกลยุทธ์ที่ทาให้เกิดความสาเร็จ
1. พยายามกระตุ้นให้นักศึกษามีส่วนร่วมโดยการสนทนาอย่างเป็นกันเองให้มากที่สุด สร้างบรรยากาศของความสนุกในการเรียน ซึ่งจะทาให้นักศึกษากล้าพูด กล้าแสดงออก กล้าซักถามอาจารย์
2. ให้มีรอยยิ้ม มีสีหน้าที่มีความสุข กล่าวแสดงการชื่นชมนักศึกษาที่ได้พูดภาษาอังกฤษ พร้อมกับแก้ไขการออกเสียงและสานวนให้ถูกต้องไปพร้อมกัน
3. แจ้งนักศึกษาว่าการใช้ภาษาอังกฤษในการสนทนาสื่อสารไม่มีผลต่อการประเมินผลการเรียน เพื่อให้นักศึกษากล้าพูด กล้าแสดงออกอย่างไม่ต้องกลัวว่าจะพูดผิด การประเมินผลการเรียนอยู่ที่กระบวนการออกแบบ ความตั้งใจในการนาเสนอ และผลงานของนักศึกษา
8. ผู้ที่มีส่วนร่วมทาให้เกิดความสาเร็จ และบทบาทของบุคคลนั้น (ที่ไม่ใช่ผู้เล่า)
- คณบดีคณะศิลปะและการออกแบบ ผู้ผลักดันและสนับสนุนให้มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ
- อาจารย์ผู้ร่วมสอนในรายวิชาเดียวกัน
9. อุปสรรคหรือป ญหาในการทางาน (Lessons Learned) และแนวทางในการแก้ปัญหา / อุปสรรคดังกล่าว
- อุปสรรคคือ ความไม่พร้อมของนักศึกษาในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ เนื่องจากนักศึกษาที่มาเรียนในชั้นเรียนนี้ ยังไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ การเรียนให้ได้เนื้อหาวิชาความรู้ด้วยภาษาอังกฤษในการสื่อสาร จึงเป็นเรื่องที่ไม่สะดวกเท่าไร
- แนวทางการแก้ปัญหาคือ
1. นอกเหนือจากเนื้อหารายวิชา ต้องสอนการสื่อสารด้วยการใช้ภาษาอังกฤษเสริมด้วย ซึ่งต้องใช้เวลามากขึ้นในการเตรียมความพร้อมก่อนการสอน
2. ต้องสร้างบรรยายกาศของการเรียนการสอนให้มีความสุข ความสนุก ด้วยกิจกรรมต่างๆ
10. ผลลัพธ์ หรือความสาเร็จที่เกิดขึ้นคือ
- การเรียนการสอนในห้องเรียนเต็มไปด้วยบรรยากาศของความสุข นักศึกษารู้สึกชื่นชอบ และสนุกไปกับเนื้อหาในบทเรียน
- ผลงานการออกแบบ สวยงาม น่าสนใจ สามารถนาไปจัดแสดงในงาน OPEN HOUSE 2013 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์สาขาวิชาออกแบบนิเทศศิลป์ได้
11. การเรียนรู้ของผู้เล่าเรื่องจากประสบการณ์ความสาเร็จดังกล่าว
- วิชาการออกแบบจัดตัวอักษร (Typography Design) นี้มีความเหมาะสมที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารในการเรียนการสอนเพราะเนื้อหาของบทเรียนส่วนใหญ่ได้อ้างอิงจากตาราของชาวตะวันตก มีต้นแบบเป็นภาษาอังกฤษ การออกแบบจัดตัวอักษรมีบทบาทสาคัญมาก เป็นที่รู้กันว่าอัจฉริยะระดับโลกอย่าง นาย สตีฟ จ๊อบส์ (Mr. Steve Jobs) หลังจากที่ท่านได้ศึกษาวิชานี้แล้ว ทาให้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้าง แมคอินทอช (Macintosh) ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่มีศักยภาพในการใช้ และการจัดตัวอักษรได้อย่างน่ามหัศจรรย์ และเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก
- การจัดการเรียนการสอนในครั้งนี้ ประสบความสาเร็จได้ด้วยความตั้งใจของตัวผู้สอน ความพร้อมในการเตรียมการสอน และผู้เรียนที่มีความตั้งใจ และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
12. สมรรถนะ (ความรู้ ทักษะ หรือ ทัศนะคติ) ของผู้เล่าเรื่อง
- จากประสบการณ์ในครั้งนี้ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของทุกสาขาวิชาควรจะเรียนวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารในการออกแบบ (English for Communication in Design) ก่อนการเรียนรายวิชาออกแบบอื่นๆที่จะใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร ซึ่งรายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารในการออกแบบ ดังกล่าวนี้ควรได้รับการพิจารณาเพิ่มเติมเมื่อมีการปรับปรุงหลักสูตรใหม่
- การได้จัดกิจกรรมในการเรียนการสอนครั้งนี้ ทาให้เกิดการพัฒนาผู้สอน ระบบการเรียนการสอน และนักศึกษา ทาให้คณาจารย์ในคณะศิลปะและการออกแบบเกิดการตื่นตัวที่จะพัฒนาตนเอง และคาดว่าจะเกิด ’กลุ่มคณะทางานเพื่อพัฒนาระบบการเรียนการสอนด้วยการใช้ภาษาอังกฤษ’ เพื่อที่จะได้นาประสบการณ์ในชั้นเรียนมาแลกเปลี่ยนกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน มีการจัดอบรมการใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนให้สมาชิกในกลุ่มมีศักยภาพมากขึ้น และจะได้ร่วมกันพัฒนาการเรียนการสอนอย่างเป็นลาดับ ยังผลให้นักศึกษาก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN Community ได้ด้วยความมั่นใจ
13. ผลงานเชิงประจักษ์ของผู้เล่าเรื่องคือ
- ผลการประเมินการสอนอาจารย์ผู้สอน ผ่านระบบออนไลน์ของมหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2555 อยู่ในระดับดีมาก
- อาจารย์ดีเด่นด้านการสอน ประจาปีการศึกษา 2551, 2552 , 2554
- ผลงานออกแบบ The corporate identity and public relations media design project for ‘XO PLAY’
bamboo clothes store for kids. แสดงในงาน Rangsit International Design Symposium 2012
- ผลงานออกแบบเว็บไซต์ อาทิเช่น
ปราณณารา คลินิกเพื่อสุขภาพและความงาม www.prannara.com
Anada Development www.ideocondo.com และเว็บไซต์คอนโดมิเนียมในโครงการ
Siam Ocean World www.siamoceanworld.co.th/
AIS http://www.ais.co.th/index_.html
AP property www.apthai.com
- เป็นที่ปรึกษาให้นักศึกษาได้รับรางวัลสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยม TOYOTA Eco D.I.Y. 2012 (จากวัสดุเหลือใช้)
- เป็นที่ปรึกษาให้นักศึกษาได้ร่วมจัดแสดงประกวดผลงาน BEAR WISH PROJECT ครั้งที่ 3 การออกแบบ
เพ้นท์สีหมี ขนาด 2 เมตร หน้าห้างสรรพสินค้าอัมรินทร์ พลาซ่า

RSU Research Conference 2013

สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยรังสิต จัดงานประชุมวิชาการมหาวิทยาลัยรังสิต ประจำปี 2556 RSU Research Conference 2013 วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน 2556 เวลา 08.00-15.30 น. ณ ห้อง Auditoriumชั้น 2  อาคาร Digital Multimedia Complex(ตึก 15)  มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อเป็นเวทีวิชาการในการเผยแพร่ผลงานวิชาการในกลุ่มสาขาต่างๆ การพัฒนาการเรียนการสอน และวิจัยสถาบันในวงกว้างระดับประเทศ  โดยคณบดีและผู้บริหารคณะศิลปะและการออกแบบนำทีมคณาจารย์เข้าร่วมประชุมพร้อมทั้งร่วมรับประทานอาหารกลางวันหน้ามหาวิทยาลัย






















การแสดงศิลปะร่วมสมัยนานาชาติแห่งเอเชีย (The Asian International Art Exhibition หรือ AIA หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน

หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน (ใกล้อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ )มีกิจกรรมทางด้านศิลปะให้ผู้คนที่เดินสัญจรไปมาบนถนนราชดำเนิน ได้สัมผัสแล้ว 
ทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ ระหว่างวันนี้ - 28 เมษายน พ.ศ.2556 เวลา 16.00 - 20.00 น.สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ได้เชิญศิลปินมากหน้าหลายตา มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานเพื่อสร้างสีสันให้กับถนนสายนี้ผ่านงาน ถนนศิลปะราชดำเนิน (Art Street @ Ratchadamnoen)   
       ได้แก่ กิจกรรมสาธิตวาดภาพลายเส้น สาธิตวาดภาพจิตรกรรม สาธิตการสร้างงานประติมากรรม และศิลปะการแสดง โดยศิลปินอิสระและนักศึกษาศิลปะจากหลากหลายสาขาที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาสาธิต และนำเสนอผลงาน

       ล่าสุดยังมีงานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินจากหลายประเทศของเอเชีย มาจัดแสดงให้ชมเต็มพื้นที่ทั้ง 2 ชั้น ของหอศิลป์ฯ อีกด้วย 
      
       ซึ่งเดิมที การแสดงศิลปะร่วมสมัยนานาชาติแห่งเอเชีย (The Asian International Art Exhibition หรือ AIAE มีขึ้นครั้งแรก เมื่อ ปี 2528 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยความร่วมมือกันของศิลปิน 3 ชาติ ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ป่น และไต้หวัน กระทั่งขยายความร่วมมือไปยังอีกหลายประเทศของเอเชีย
      
       ด้วยต้องการสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนทางศิลปะและวัฒนธรรมระหว่างประเทศในทวีปเอเชีย อย่างเป็นอิสระ
       ประเทศไทยได้มีโอกาสเข้าร่วมครั้งแรก ในแสดงผลงานครั้งที่ 5 ณ ประเทศ มาเลเซีย
       และปีนี้เป็นปีที่การแสดงผลงานศิลปะในนาม AIAE ดำเนินมาเป็นครั้งที่ 27 แล้ว และมีประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
       นอกจากจะมีผลงานศิลปะของประเทศสมาชิกที่มีอยู่มาจัดแสดงแล้ว สำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ยังได้เชิญ ศิลปินจากอีกหลายประเทศในเอเชียที่ไม่ได้เป็นสมาชิก อาทิ อิหร่าน อัฟกานิสถาน บังคลาเทศ ปากีสถาน พม่า ลาว และกัมพูชา มาร่วมแสดงผลงานด้วย รวมเป็นทั้งสิ้น 21 ประเทศ
       และเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ยังได้จัดให้มีกิจกรรม Asian Artist Workshop ที่ จ.กระบี่ เพื่อให้ศิลปินซึ่งเป็นตัวแทนของแต่ละประเทศได้มีโอกาสใช้เวลาสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน และนำผลงานที่เกิดขึ้นระหว่างการเวิร์คชอป มาจัดแสดงร่วมกับผลงานที่หอบหิ้วจากประเทศตน 
       รวมเป็นผลงานศิลปะทั้งสิ้นกว่า 250 ชิ้น ที่ศิลปินจาก 21 ประเทศอาเซียน มีมาให้ ชมฟรี!! ที่...ราชดำเนิน

      
      
      
      

             Celeb Online www.astvmanager.com และ M-Art eye view เซกชัน Lite ในหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์

วารสารไทยคดีศึกษาฉบับ "ต่อสู้และต่อรอง"


การต่อสู้ระหว่างชายขอบกับศูนย์กลาง: ประวัติศาสตร์การสร้างอัตลักษณ์รัฐชาติไทย

                                                                                                                รศ.ดร. ธเนศ อาภรณ์สุวรรณิ

     บทความนี้เป็นผลจากการกลับไปอ่านข้อมูลและการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยบางช่วงใหม่ จากนั้นจึงวิพากษ์และวิเคราะห์แนวคิดและการปฏิบัติในการสร้างรัฐไทยใหม่
ในระยะเปลี่ยนแปลงในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  มาถึงต้นสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะในประเด็นของการสร้างอัตลักษณ์และการแข็งขืนของหัวเมืองและประเทศราชและพื้นที่ไม่มีรัฐในระยะแรก  กรณีที่ใช้ในการศึกษาคืออาณาจักรปะตานีในภาคใต้และอาณาจักรล้านนาในภาคเหนือ  คำถามสำคัญได้แก่อะไรคือมูลเหตุแห่งการสร้างแนวคิดและวาทกรรมใหม่อันเกี่ยวเนื่องกับการสร้างรัฐชาติ  ทำไมบรรดาหัวเมืองและประเทศราชหลายแห่งไม่ยอมหรือไม่ต้องการเข้ามาอยู่ใต้อำนาจศูนย์กลางของกรุงเทพมหานคร และอะไรคือปัจจัยในการทำให้สยามบรรลุความสำเร็จในการสร้างรัฐชาติไทยขึ้นมาได้สำเร็จ   กรณีศึกษาที่ใช้ในบทความนี้มาจากสองที่คืออาณาจักรปะตานีในภาคใต้สุดกับอาณาจักรล้านนาในภาคเหนือ

ข้อสังเกตเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อเรื่องพระศรีอาริย์กับสังคมไทย กรณี กบฏอ้ายสาเกียดโง้ง พ.ศ. 2358

                                                                                                                          วราภรณ์  เรืองศรี 
บทความนี้ มีจุดประสงค์ในการทำความเข้าใจขบวนการเคลื่อนไหวซึ่งเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องพระศรีอาริย์และกบฏผู้มีบุญในยุคก่อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมืองช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 เพื่อไขปริศนาของการเคลื่อนไหวภายใต้ข้อจำกัดของถ้อยความคิดเดิมซึ่งให้ความสำคัญต่อขบวนการเคลื่อนไหวดังกล่าวในลักษณะสัมพัทธ์กับการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาหลังจากนั้น ผ่านประเด็นเรื่องการดึงอำนาจเข้าสู่ส่วนกลางในรัชกาลที่ 5 และการเข้ามาของอาณานิคม
ผู้เขียน ได้หยิบยกกรณีอ้ายสาเกียดโง้งขึ้นมาอธิบาย โดยพิจารณาทั้งความเป็นมาของกลุ่ม ตลอดจนชีวิตทางวัฒนธรรมของผู้เข้าร่วมที่สัมพันธ์กับมิติความเชื่ออยู่ก่อนหน้า โดยเฉพาะกลุ่ม “ข่า” ผู้เข้าร่วมหลักของขบวนการ ซึ่งจัดว่าเป็น “ไพร่ส่วย” และต้องส่งส่วยให้กับผู้ปกครองท้องถิ่นและรัฐสยาม ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่าง ข่า กับ ผู้นำ (สาเกียดโง้ง)
บทความนี้เสนอข้อค้นพบว่าการรวมตัวของข่ามิได้เกิดจากความเชื่อในอิทธิปาฏิหาริย์ของผู้นำหรือ “โลกหน้า” เพียงอย่างเดียวหากต้องเป็นการปฏิบัติจริงใน “โลกนี้” ซึ่งผู้นำต้องสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ในลักษณะความเชื่อในพุทธศาสนาแบบมนุษยนิยม ที่เกิดขึ้นในช่วงอยุธยาตอนปลาย ผู้เขียนจึงตั้งข้อสังเกตต่อไปว่า การเคลื่อนไหวซึ่งเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องพระศรีอาริย์และกบฏผู้มีบุญในยุคก่อนต้นศตวรรษที่ 25 เป็นดั่งภาพสะท้อนของการปรับเปลี่ยนโลกทัศน์ของชนชั้นนำที่มีลักษณะของการหยิบยืมลักษณะผู้นำในวัฒนธรรมของชนชั้นล่างมาปรับใช้ เพราะฐานความคิดเรื่อง “โลกนี้-โลกหน้า” และ “อภินิหาร-มนุษยนิยม”  ต่างเป็นส่วนหนึ่งของระบบวัฒนธรรมที่ไม่สามารถแยกขั้วออกจากกันได้อย่างชัดเจนนั่นเอง


กำเนิดการประปาในสมัยรัชกาลที่ ๕ กับการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตคนไทย   


                                                                                                                     เทียมจิตร์ พ่วงสมจิตร์ 
คนไทยมีวิถีชีวิตผูกพันอยู่กับแหล่งน้ำโดยตั้งบ้านเรือนกระจุกตัวอยู่ตามริมน้ำ  เพื่ออาศัยน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ และลำคลอง เป็นน้ำกินน้ำใช้ในครัวเรือนและเพื่อการเพาะปลูก  รวมทั้งใช้ลำน้ำลำคลองเป็นเส้นทางสัญจรตามธรรมชาติ  ขณะเดียวกันก็ใช้เป็นช่องทางระบายของเสียและโสโครกจากครัวเรือนไปด้วยในตัว  คนไทยดำรงชีวิตในรูปแบบนี้มาแต่ครั้งโบราณ  จนถึงสมัยรัชกาลที่ ๔ และรัชกาลที่ ๕  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  ที่มีการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจจากระบบผูกขาดเป็นระบบการค้าเสรี เนื่องจากผลของการทำสนธิสัญญาเบาว์ริงในสมัยรัชกาลที่ ๔  เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ ๕ กรุงเทพมหานครกลายเป็นเมืองใหม่ร่วมสมัยตะวันตก  ดังพบว่ากรุงเทพมหานครมีการขยายพื้นที่เมืองให้กว้างขวางออกไป  เพราะจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นไปอย่างสลับซับซ้อน  มีชนชั้นกลางเกิดขึ้นโดยมีรูปแบบวิถีชีวิตแตกต่างไปจากชนชั้นเจ้าและชนชั้นสามัญ  แม้สังเกตจากรูปแบบของน้ำกินน้ำใช้ในชีวิตประจำวันก็สามารถมองเห็นความแตกต่างระหว่างชนชั้นได้อย่างชัดเจน 
            การเพิ่มจำนวนประชากรอย่างรวดเร็วของกรุงเทพมหานครนำมาซึ่งปัญหาความสกปรกของสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะแหล่งน้ำ  ทำให้เกิดโรคระบาดที่มากับน้ำสกปรกอยู่บ่อยครั้ง  ประกอบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำจืดเนื่องจากน้ำทะเลหนุนเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยาในบางปี  สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชวินิจฉัยให้สร้างการประปาขึ้นเป็นครั้งแรกในสังคมไทย เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว  ซึ่งนับเป็นวิธีแก้ปัญหาอย่างตรงจุดและแสดงให้เห็นว่ารัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระราชวิสัยทัศน์อันยาวไกล ฉับไว และเท่าทันการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และวิทยาการ   แต่เมื่อสังคมไทยมีการประปาขึ้นแล้วก็ได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตจากรูปแบบเดิมที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ตามริมน้ำ เพื่ออาศัยน้ำจากแม่น้ำและลำคลองสำหรับบริโภคและใช้สอยโดยการตัก วิด หาบ ไข สูบ เก็บไว้ในตุ่ม โอ่ง  บ่อ และสระ  มาเป็นรูปแบบใหม่โดยคนไทยมีน้ำกินน้ำใช้ที่สะอาดบริสุทธิ์ปราศจากเชื้อโรค  ที่ไหลมาจากท่อ ต่อตรงถึงครัวเรือน  สะดวกสบายแต่ต้องจ่ายสตางค์ซื้อ  นอกจากนี้การมีประปาน่าจะส่งผลต่อด้านกายภาพในเวลาต่อมา ที่แม่น้ำและลำคลองลดความสำคัญลงในการเป็นแหล่งตั้งบ้านเรือน  คนไทยสามารถกระจายตัวไปตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนได้ในทุกแห่งแม้ในพื้นที่กันดารน้ำ เพราะมีน้ำประปาสำหรับบริโภคใช้สอยแทนน้ำจากแม่น้ำและลำคลอง  จึงมิจำเป็นต้องกระจุกตัวอยู่เฉพาะตามริมน้ำริมคลองอีกต่อไป

ความแปลกปลอมของความเป็นไทยใน องค์บาก และ ต้มยำกุ้ง

                                                                                                                      นัทธนัย ประสานนาม 
บทความนี้มุ่งศึกษาการประดิษฐ์สร้างความเป็นไทยในภาพยนตร์เรื่อง องค์บาก และ ต้มยำกุ้ง ผลการศึกษาพบว่าความเป็นไทยถูกนำเสนอผ่านบทบาทของตัวละครเอก สัญลักษณ์ของชุมชนที่เชื่อมโยงกับสถาบันชาติและศาสนา คตินิยมเอ็กโซติก และสหบทจากภาพยนตร์นานาชาติ จึงกล่าวได้ว่า ปฏิบัติการทางความหมายในภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องมุ่งเฉลิมฉลองความเป็นไทยในรูปแบบสินค้าทางวัฒนธรรมในบริบทข้ามชาติ การประกอบกันของความหมายทั้งมวลเป็นสิ่งที่ “แปลก” แต่น่าดึงดูดใจเพราะตอบสนองความเป็นไทยตามจินตนาการของชาวไทยและชาวต่างชาติได้ ทั้งยัง “ปลอม” เพราะมีกระบวนการเปิดเผย-อำพราง เลือกสรร-คัดทิ้ง เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นไทยอันสมบูรณ์แบบในภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้

ประสบการณ์สนาม : งานวิจัยและพัฒนา


                                                                                                                    ม.ร.ว.อคิน  รพีพัฒน์
บทความนี้เล่าถึงการทำงานของโครงการพัฒนาชนบทลุ่มน้ำแม่กลอง  ปัญหาต่าง ๆ ในการทำงาน  ตั้งแต่การประสานงาน  การเขียนโครงการและการทำงานโดยสั่งการไปจากเบื้องบน  จนถึงการที่เกิดการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้  เพราะทีมในสนามได้ทำงานโดยยึดเอาความต้องการและความจำเป็นของชาวบ้านเป็นหลัก  จึงเกิดการทำงานเพื่อกระตุ้นให้ชาวบ้านสำนึกในปัญหาของตน  และร่วมมือกันหาวิธีแก้ปัญหา  ทำให้ชาวบ้านเกิดความมั่นใจในความสามารถของตนเองที่จะแก้ปัญหาของตนเองได้
บทความนี้ได้เล่าถึงกระบวนการทำงานใน  6  ตำบลในลุ่มน้ำแม่กลอง  ปัญหาในการดำเนินงานในแต่ละแห่ง  ความล้มเหลวและความสำเร็จในแต่ละแห่งและบทเรียนในการทำงานพัฒนาพื้นที่  อันได้ถูกพัฒนาและใช้ต่อกันมาจนทุกวันนี้
โครงการพัฒนาลุ่มน้ำแม่กลอง  ได้ล้มเหลวในเจตนาเบื้องต้นที่จะสร้างแผนสำหรับพัฒนาเศรษฐกิจและการเกษตรทั้งลุ่มน้ำ  แต่กลับประสบความสำเร็จอย่างสูงในการสร้างตัวแบบของการพัฒนาชุมชน.

คณะศิลปะและการออกแบบ เปิดตัวการใช้งานระบบฐานข้อมูลคณะฯ

                 คณะศิลปะและการออกแบบ จัดการสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เปิดตัวการใช้งานระบบฐานข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการความรู้ การเรียนการสอน การสร้างสรร งานวิจัยและการประกันคุณภาพ โดยทงานบุคลากรของคณะฯที่ริเริ่มคิดค้นพัฒนามาเป็นเวลากว่าสามปี จนเป็นระบบฐานข้อมูลระดับคณะที่สมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของสถาบันอุดมศึกษา จนสามารถเปิดใช้ได้ในปี 2556 และกำลังพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบในอีก 3 ปีข้างหน้าเพื่อรองรับสังคมแห่งการเรียนรู้ระดับสากลและการเข้าสู่ประชาคมอาซียนในปี 2558